rss

Google plus

mail

Facebook

แกงกะหรี่ลิ้นวัวอบแป้งพาย

1

Category: จานโปรดเดลินิวส์, เมนูหนังสือพิมพ์

เดลินิวส์ วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2554

เครื่องปรุง

  • น้ำมันถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำพริกแกงกะหรี่ 3 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร
  • มันเทศหั่นเต๋า 5-8 ชิ้น 2×2 ซม.
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
  • ลิ้นวัวตุ๋นนุ่ม 200 กรัม หั่นเป็นชิ้น
  • แป้งพาย ตามต้องการ
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง

วิธีทำ

  1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส
  2. นำกระทะตั้งเตา ใส่น้ำมันลงไปพอร้อน ใส่เครื่องแกงกะหรี่ลงไป ผัดให้หอม
  3. ใส่กะทิลงไป ผัดให้เข้ากัน ต้มพอเดือด
  4. ใส่มันเทศหั่นเต๋าลงไป ต้มให้พอสุก
  5. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เกลือป่น พริกไทยป่น
  6. ชิมรสชาติให้ออกเค็ม มีหวานตาม
  7. ใส่ลิ้นวัวตุ๋นที่หั่นไว้แล้วลงไป คนให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ให้น้ำแกงเดือดและงวดลง พอน้ำแกงขลุกขลิกปิดไฟ
  8. ตักแกงใส่ในภาชนะสำหรับเข้าอบ
  9. นำแป้งพายที่รีดไว้แล้วมาปิดหน้าแกง และภาชนะให้ทั่ว ทาหน้าแป้งพายด้วยไข่แดง
  10. นำเข้าอบ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ให้แกงเดือด และแป้งพายสุกเหลือง ยกออกเสิร์ฟร้อนๆ

กุ้งนึ่ง

Category: จานโปรดเดลินิวส์, เมนูหนังสือพิมพ์

เดลินิวส์ วันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2555

เครื่องปรุง

  • น้ำมันถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  • เส้นหมี่แช่น้ำพอนุ่ม 100 กรัม
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งผ่าหลัง 300 กรัม
  • กระเทียมปรุงรส สำหรับโรยหน้าเส้นหมี่
  • ต้นหอมหั่นท่อน สำหรับโรยหน้า
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ เอาเม็ดออก สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

  1. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันพอร้อน ใส่กระเทียมสับลงไปผัดให้หอม แล้วใส่เส้นหมี่ลงไปผัดให้เข้ากัน
  2. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ผัดให้เข้ากัน ก่อนปิดไฟใส่ต้นหอมซอยลงไปผัดให้เข้ากัน
  3. ในภาชนะสำหรับเข้าไมโครเวฟ นำกุ้งผ่าหลังแล้ววางลงไป แล้วนำเส้นหมี่ที่ผัดไว้วางทับบนตัวกุ้ง
  4. นำกระเทียมปรุงรสที่เตรียมไว้ มาราดทับบนเส้นหมี่ ปิดหน้าด้วยพลาสติกห่ออาหาร นำเข้าไมโครเวฟ ประมาณ 5 นาทีหรือจนกระทั่งกุ้งสุก นำออกจากไมโครเวฟ
  5. โรยหน้าด้วย ต้นหอมหั่นท่อน และพริกชี้ฟ้าแดง จัดเสิร์ฟ

เครื่องปรุงกระเทียมปรุงรส

  • น้ำมันถั่วเหลือง พอประมาณ
  • กระเทียมสับละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันถั่วเหลืองลงไป พอร้อนใส่กระเทียมลงไปผัดพอหอม
  2. ปรุงรสด้วยเกลือ คนให้พอกระเทียมสุก แล้วนำไปราดหน้าบนเส้นหมี่ผัด

เค้กลูกพีช

Category: จานโปรดเดลินิวส์, เมนูหนังสือพิมพ์

เดลินิวส์ วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2554

เครื่องปรุงสปอนจ์เค้ก

  • เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • นํ้าตาลทราย 150 กรัม
  • นมจืด 90 กรัม
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • แป้งเค้ก 150 กรัม
  • ผงฟู 1 1/4 ช้อนชา
  • เนยละลายแล้ว 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. นำหม้อหุงข้าวทาด้านในด้วยเนยให้ทั่ว
  2. ในเครื่องตี ใส่ไข่ไก่ นํ้าตาลทราย นมจืด เกลือป่น กลิ่นวานิลลา ตีส่วนผสมให้ขึ้นจนเป็นครีมสีเหลืองอ่อน
  3. ร่อนแป้งและผงฟูเข้าด้วยกัน แล้วเทลงไปในส่วนผสมของไข่ไก่ที่ตีไว้โดยวิธีการโฟลด์ ให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วจึงโฟลด์เนยละลายแล้วลงไป เทส่วนผสมที่ได้ลงในหม้อหุงข้าวที่ทาเนยเตรียมไว้
  4. นำไปใส่ในหม้อหุงข้าว กดหุงตามปกติ ใช้เวลาอบประมาณ 45–50 นาที การตรวจดูว่าเค้กสุกหรือไม่ ให้ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นหรือไม้จิ้มฟันจิ้มลงไป หากเนื้อเค้กติดที่ไม้แสดงว่าเค้กยังไม่สุก เมื่อเค้กสุกแล้วให้เคาะออกจากหม้อ พักไว้

เครื่องปรุงเค้กลูกพีช

  • สปอนจ์เค้ก 1 ชิ้น
  • น้ำเชื่อมจากลูกพีชกระป๋อง 300 มิลลิกรัม
  • เหล้ามีเดียมเชอรี่ 100 มิลลิกรัม
  • ลูกพีชในน้ำเชื่อมหั่นสไลซ์ 1 กระป๋อง
  • ราสเบอรี่ซอส สำหรับตกแต่ง
  • วิปปิ้งครีม สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

  1. นำนํ้าเชื่อมจากลูกพีชกระป๋อง ผสมกับเหล้ามีเดียมเชอรี่ พักไว้
  2. นำสปอนจ์เค้ก แบ่งครึ่งเป็นสองส่วน พรมด้วยน้ำเชื่อมผสมเหล้ามีเดียมเชอรี่ให้ทั่วทั้งสองส่วน แล้วนำวิปปิ้งครีมปาดให้ทั่ว แล้วประกบเข้าด้วยกันพรมน้ำเชื่อมให้ทั่วชิ้นเค้กอีกครั้ง
  3. นำลูกพีชมาเรียงให้เต็มตัวเค้ก ตัดเสิร์ฟพร้อมวิปปิ้งครีมและซอสราสเบอรี่

“ยำเห็ดเข็มทอง” เปรี้ยว เผ็ด กลมกล่อม

Category: ครัวผู้จัดการ, เมนูหนังสือพิมพ์

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 11 กันยายน 2551 15:41 น.

โดย : กุ๊กเล็ก

วันก่อน “กุ๊กเล็ก” ไปเดินจ่ายตลาดสดแถวบ้านมา เห็นว่ามีเห็ดนานาชนิดออกมาวางขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนูดำ และเห็ดเข็มทอง ก็ทำให้เรานึกอยากจะทำเมนูเห็ดกินขึ้นมาทันที เลยตัดสินใจที่เลือกซื้อเห็ดเข็มทองสีขาวๆ ก้านยาวเรียว กลับบ้านมาทำเป็นเมนูเด็ดอย่าง “ยำเห็ดเข็มทอง” กินดีกว่า

ส่วนผสมมีดังนี้

เห็ดเข็มทอง 2 ขีด
ปลาหมึกสด 1 ขีด
กุ้งสด 1 ขีด
หมูบด 1 ขีด
มะนาว 1 ผล
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ
กระเทียมซอย 1 หัว
พริกขี้หนูซอย 6-7 เม็ด (หรือปริมาณตามชอบ)
หอมหัวใหญ่ซอย 1 หัว
ต้นหอมและผักชีซอย

        เมื่อเตรียมส่วนผสมกันพร้อมแล้ว ก็ลงมือปรุงกันเลย เริ่มจากนำเห็ดเข็มทองไปล้างทำความสะอาด แล้วตัดส่วนโคนเห็ดทิ้งไป จากนั้นนำเห็ดเข็มทองไปลวกพอสุก

พอได้เห็ดเข็มทองที่ลวกสุกแล้วก็ตั้งพักทิ้งไว้ก่อน แล้วหันมาลวกหมูสับ กุ้ง และปลาหมึกให้สุกด้วย จากนั้นจึงนำเอาเห็ดเข็มทอง มายำรวมกับกุ้ง ปลาหมึก และหมูสับ พร้อมกับปรุงรสชาติ ด้วยน้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว กระเทียม และพริกขี้หนู แล้วก็คลุกเคล้าเครื่องทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วก็ตามด้วยการใส่ต้นหอมและผักชีลงไป เพียงเท่านี้ก็จะได้ “ยำเห็ดเข็มทอง” เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ชวนกิน

เหนียวนุ่มหนึบหนับ กับ “สาคูเปียกข้าวโพด”

Category: ครัวผู้จัดการ, เมนูหนังสือพิมพ์

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 4 กันยายน 2551 16:13 น.

โดย:กุ๊กเล็ก

       เวลากินกับข้าวของคาวแบบหนักๆทีไร ทุกครั้งหลังอาหาร “กุ๊กเล็ก”เป็นต้องวิ่งหาของหวานๆมาล้างปากทุกครั้งไป กินจนน้ำหนักพุ่งปรี๊ดก็ยอม เพราะของหวานๆกินทีไรห้ามใจไม่อยู่ทุกที อย่างหลังอาหารมื้อนี้ก็ขอตบท้ายด้วย “สาคูเปียกข้าวโพด”ของหวานแสนนุ่มปาก

ส่วนผสม

สาคูเม็ดเล็ก 2 ถ้วยตวง
ข้าวโพดต้มสุก 2 ฝัก
น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง
เกลือ 1 ช้อนชา
หัวกะทิสด ½ ถ้วยตวง

วิธีทำ

ก่อนอื่นนำเม็ดสาคูที่ได้มาฝัดเพื่อให้ผงสีขาวที่ติดมากับเม็ดสาคูร่อนออกก่อน จากนั้นจึงเม็ดสาคูลงไปใส่ในหม้อที่ต้มน้ำไว้จนเดือด หมั่นคอยคนเพื่อไม่ให้เม็ดสาคูจับตัวเกาะกันเป็นก้อน และต้องคอยสังเกตว่ารอบนอกของเม็ดสาคูเปลี่ยนจากสีขาวเป็นเม็ดใส จึงใส่น้ำตาลลงไปคนให้ละลาย รอจนสาคูสุกทั่วกันไม่มีไตขาว ใส่ข้าวโพดสุกที่ฝานแล้วตามลงไป เสร็จแล้วยกลงพักไว้

จากนั้นหันไปจัดการกับหัวกะทิสดด้วยการนำหัวกะทิไปเคี่ยวใส่เกลือลงในกะทิตั้งไฟ คนให้เกลือละลาย เมื่อกะทิเริ่มเดือด ยกลงเวลากิน ตักสาคูเปียกข้าวโพดใส่ถ้วยแล้วหยอดด้วยหัวกะทิก็เป็นอันเสร็จสิ้น

“ยำปลาสลิด” ครบรสอร่อยลิ้น

Category: ครัวผู้จัดการ, เมนูหนังสือพิมพ์

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 28 สิงหาคม 2551 17:10 น.

โดย : กุ๊กเล็ก

ปลาสลิดตากแห้งที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากที่สุด “กุ๊กเล็ก” คงต้องยกให้ปลาสลิดบางบ่อ จากจังหวัดสมุทรปราการ ด้วยความที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเลี้ยงปลาสลิด ที่อำเภอบางบ่อนี้จึงมีปลาสลิดตัวอ้วนหอมมันน่ากิน และปลาสลิดตากแห้งก็เป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อในแถบนี้ด้วย

ปลาสลิดตากแห้งนั้นจะนำไปทอดกินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อย แต่วันนี้ “กุ๊กเล็ก” ขอเพิ่มรสชาติด้วยการนำไปทำเป็น “ยำปลาสลิด” ให้ลองชิมกันดีกว่า

ส่วนผสม

ปลาสลิดเค็ม 2 ตัว
กระเทียมดอง 10 กลีบ
ถั่วลิสง 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง 2 หัว
พริกขี้หนูบุบ 5-6 เม็ด
ผักชี 1 ต้น
มะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ เริ่มจากนำปลาสลิดมาล้างให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำดีแล้วจึงนำลงทอดจนเหลืองกรอบ จากนั้นนำมาสับเป็นชิ้นๆ อย่าลืมเลาะก้างปลาออกให้หมด

เสร็จแล้วหันไปปรุงน้ำยำ ด้วยการนำส่วนผสมทั้งหมดทั้งกระเทียมดอง ถั่วลิสง หอมแดง พริกขี้หนูบุบมาผสมรวมกัน แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว น้ำปลาอย่าใส่เยอะเพราะตัวปลาสลิดเองก็เค็มอยู่แล้ว ส่วนสารให้ความหวาน “กุ๊กเล็ก” ก็ใช้เป็นน้ำกระเทียมดองแทนน้ำตาล เพราะจะให้ความหวานชุ่มคอติดลิ้นมากกว่า

เมื่อปรุงน้ำยำเสร็จเรียบร้อยก็นำไปราดลงบนปลาสลิดทอดกรอบ มีผักชีโรยหน้าตกแต่งอีกสักหน่อยก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนกุ๊กเล็ก ได้เมนู “ยำปลาสลิด” ที่ได้ทั้งรสเค็ม เผ็ด เปรี้ยว หวาน ครบรสเลยทีเดียว

หวานซ่อนเปรี้ยวเคี้ยวอร่อยกับ “สลัดเนื้อสันน้ำใส”

Category: ครัวผู้จัดการ, เมนูหนังสือพิมพ์

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 21 สิงหาคม 2551 18:00 น.

โดย : กุ๊กเล็ก

หากพูดถึงสลัด ก็ต้องนึกถึงผัก ผัด และก็ผัด จนบางครั้งหากพูดถึงสลัด “กุ๊กเล็ก”  จะนึกถึงถ้าไม่ใช่ภาพของโจรทะเลตาเดียวลอยเด่นมา ก็จะเป็นภาพของสารพัดผักลอยเด่นขึ้นมาในดวงใจ

แต่เมื่อได้มาลิ้มลองเมนู “สลัดเนื้อสันน้ำใส” ที่ “โรงแรมใบหยกสกาย” ที่แม้หน้าตาออกจะดูคล้ายสเต็กไปบ้าง แต่สลัดจานนี้ก็ทำให้คิดได้ว่าสลัดไม่จำเป็นต้องมีแต่ผักเท่านั้น หากแต่จะใส่เนื้อหนังมังสาไปด้วยก็ย่อมได้

เพราะฉะนั้นมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” จึงได้แอบถามสูตรมาบอกเล่าให้ได้ลองทำกันดู เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของคนชอบสลัดที่ไม่ได้มีแต่ผักเท่านั้น

ส่วนผสม
เนื้อสันใน 300 กรัม
หอมหัวใหญ่ 20 กรัม
พริกหวาน 50 กรัม
ผักฟิเลย์ ไอซ์เบิร์ก 100 กรัม
มะเขือเทศ 50 กรัม
แตงกวา 50 กรัม
เนย,เกลือ,น้ำมันหอย,น้ำมันงา,น้ำตาลทราย,เหล้าจีน,ซอสเปรี้ยว

ส่วนผสมสลัดน้ำใส
หอมหัวใหญ่,น้ำส้ม,น้ำตาลทราย,เกลือ,น้ำมันสลัด

เมื่อเตรียมส่วนผสมทุกอย่างครบครันแล้ว เริ่มลงมือทำน้ำสลัดน้ำใสกันก่อน โดยสับหอมใหญ่ให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำส้ม, เกลือ และน้ำมันสลัดให้เข้ากัน แล้วพักไว้

จากนั้นหันมาทำสลัดโดยแล่เนื้อสันในให้เป็นชิ้นพอประมาณ แล้วใส่น้ำมันลงในกระทะ เมื่อกระทะร้อนนำเนื้อสันในลงไปทอดให้สุกพอประมาณ จากนั้นเทน้ำมันออกจากกระทะให้เหลือเพียงเล็กน้อย ใส่เนยลงไปผัดให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำซุป, น้ำตาลทราย, น้ำมันหอย, น้ำมันงา, เหล้าจีน และซอสเปรี้ยว เคี่ยวจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน

จากนั้นใส่เนื้อสันในที่ทอดเตรียมไว้ลงไปคลุกเคล้า จัดผักฟิเลย์ ไอซ์เบิร์ก, หอมหัวใหญ่หั่น, แตงกวา และพริกหวาน ใส่จาน ตักเนื้อสันในใส่จานราดด้วยน้ำซุปที่ปรุงรส และราดด้วยสลัดน้ำใสเป็นการปิดท้าย ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน ยกเสิร์ฟได้เลย

เนียนนุ่มหวานมัน กับ “มันบด”

Category: ครัวผู้จัดการ, เมนูหนังสือพิมพ์

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 สิงหาคม 2551 15:56 น.

โดย : กุ๊กเล็ก

เวลาไปกินอาหารฝรั่งอย่างสเต็กทีไร นอกจากจะได้ลิ้มรสเนื้อสเต็กนุ่มๆ ราดน้ำเกรวี่อร่อยลิ้นแล้ว ก็มักจะมีเครื่องเคียงอย่างมันบดมาให้สั่งกินเข้าคู่กันด้วย ซึ่งมันบดนี่ถือว่าเป็นเมนูกินเล่นที่ถูกปาก “กุ๊กเล็ก” เสียเหลือเกิน เพราะว่ามันบดนั้นทั้งหวานทั้งมัน กินเพลินลิ้นดี

ทำให้ในมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” นึกอยากจะทำมันบดกินเองที่บ้านบ้าง แล้วก็เป็นความโชคดีที่เมื่อเราได้ไปกินสเต็กมาที่ร้าน T & N สเต็ก ซึ่งที่นี่มีมันบดรสดีที่กินแล้วถูกปากเป็นอย่างมาก จนเราต้องแอบขอสูตรการทำมันบดจากทางร้าน ซึ่งทางร้านก็ใจดีบอกสูตรการทำมันบดที่ง่ายแสนง่าย มาให้ลองทำกินกัน

ส่วนผสมที่ต้องเตรียมมีดังนี้

มันฝรั่ง 2 ลูก
เนยสดจืด หรือเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
นมสด 2 ถ้วย
มายองเนส 1 ช้อนโต๊ะ

เมื่อเตรียมส่วนผสมกันพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือทำมันบดที่ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย โดยเริ่มจากนำมันฝรั่งมาปอกเปลือกล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า จากนั้นนำมันฝรั่งไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 20 นาที จนมันฝรั่งสุก ซึ่งมีวิธีดูว่าถ้ามันฝรั่งสุกจะสามารถใช้ส้อมจิ้มทะลุได้

หลังจากนั้นเทน้ำทิ้งเหลือแค่มันฝรั่งในหม้อ และก็นำมันฝรั่งที่ต้มสุกแล้วนั้นมาบดกับที่บดมันหรือเครื่องบด แล้วก็ให้ใส่เนยลงไป ใส่นมสดลงไป อ้อ..คำเตือนอย่าใส่นมมากเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อมันบดเหลวเกินไป จากนั้นก็บดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันจนมันบดจับตัวกันเป็นเนื้อเนียนๆ และก็เพิ่มความอร่อยกันอีกสักนิดด้วยการใส่มายองเนสลงไปด้วย เพียงเท่านี้ก็จะได้ “มันบด” เนื้อเนียนนุ่ม หอมหวานมันอร่อย