rss

Google plus

mail

Facebook

7 ผักผลไม้เพื่อความสวยงามของผู้หญิง

Category: อาหารกับสุขภาพ

ผู้หญิงกับความแก่นั้นเป็นสองสิ่งที่ไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไร เจอกันที่ไหนไม่ได้ เป็นต้องหาเครื่องสำอางหรือครีมบำรุงมากลบเกลื่อนริ้วรอยของความแก่ให้หายไปทุกที วันนี้มีวิธีชะลอความแก่ด้วยผักและผลไม้ 7 ชนิด ที่ได้มาจากหนังสือ “เภสัชโภชนา” มาฝากกัน

ลูกพรุน ซึ่งเป็นแหล่งของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ รวมถึงวิตามินซี โดยธาตุเหล็กนั้นจะช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด

ถั่ว ก็เป็นพืชที่เต็มไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบี และยังมีไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ ซึ่งจะไปเคลือบผิวกระเพาะอาหารทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนาน เหมาะสำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก

บร็อคโคลี่ ก็เป็นแหล่งซีลีเนียมตามธรรมชาติซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังจึงทำให้ผิวดูอ่อนวัยมีน้ำมีนวล ชะลอการเหี่ยวย่นอีกด้วย

กล้วยไข่ ในกล้วยไข่ 1 ขีด มีเบต้าแคโรทีนถึง 492 มิลลิกรัม ซึ่งเบต้าแคโรทีนนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ จะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย

ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูงมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งวิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณเต่งตึงไม่แก่ก่อนวัย

แอปเปิ้ล ก็มีสารสำคัญอย่างเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ “เพคติน” ซึ่งไฟเบอร์ชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนักและลดโคเลสเตอรอลได้ด้วย

ส้ม ผลไม้ที่หากินได้ง่าย และยังเป็นแหล่งวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่ช่วยบำรุงผิวพรรณไม่ให้แก่ก่อนวัย

ที่มา…MGR Online

10 ของกินเล่น ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ

Category: อาหารกับสุขภาพ

อาการนอนไม่หลับนั้นแสนทรมานมาก แม้ทุกวันนี้มีวิทยาการต่างๆ มากมายหลายศาสตร์ พยายามคิดค้นรักษาโรคนอนไม่หลับ แต่ ณ ที่นี้ เราจะแนะให้คุณ “กิน” ไม่ใช่กินอาหารเมนูเลิศหรูอะไรหรอก หากแต่เป็นพวกของกินเล่นขบเคี้ยวยามว่างนั่นแหล่ะ

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการทั้งหลายต่างฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า snack หรือของกินเล่นขบเคี้ยวบางชนิดมีสารอาหารบางอย่าง ซึ่งกระตุ้นฮอร์โมนกล่อมให้คุณง่วงหงาวหาวนอนได้ดีทีเดียว

ทว่าต้องเผื่อเวลาย่อยไว้ด้วย เพราะผู้เชี่ยวชาญกำชับไว้ว่า ต้องกินอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ก่อนนอน 2 ชั่วโมง แล้วสารอาหารจะออกฤทธิ์ตรงเวลาขึ้นเตียงเป๊ะ! …ไปดูกันว่า เมนูของกินเล่นชวนหาว 10 อย่างมีอะไรบ้าง

1: อัลมอนด์

อัลมอนด์ คือ สุดยอดอาหารช่วยให้หลับ ผู้อำนวยการ Fibromyalgia & Fatigue Centers ชื่อ Dr. Jacob Teitelbaum ผู้เขียนหนังสือขายดี From Fatigued to Fantastic! อธิบายอีกว่า ในเม็ดอัลมอนด์มี แมกนีเซียม (Magnesium) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ชวนให้นอนหลับ

เท่านั้นยังไม่พอ อัลมอนด์ ยังอุดมด้วยโปรตีน ที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดระหว่างหลับ และช่วยสลับวงจร อะดรีนาลีน (Adrenaline) ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนเมื่อรู้สึกอันตรายหรือตกอยู่ในความเครียด ดังนั้นถ้ามีฮอร์โมนชนิดนี้ หมายความว่า ความดันเลือดถูกเพิ่มขึ้น ใจเต้นเร็วขึ้น อัลมอนด์ จะช่วยสลับวงจร อะดรีนาลีน ในตัวคุณ ให้เข้าสู่วงจรนิ่ง สู่ภาวะพักผ่อน

กินอัลมอนด์สัก 1 ช้อนโต๊ะก่อนนอน 2 ชั่วโมง แล้วคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย นิ่งจนอยากงีบ

2: ชา

เป็นที่ทราบกันดีว่า ควรหลีกเลี่ยง คาเฟอีน (Caffeine) ตั้งแต่ตอนเย็นถ้าไม่อยากตาค้างตอนกลางคืน ทว่าเครื่องดื่มประเภท Decaffeinate ที่มีคาเฟอีนในปริมาณน้อย บางชนิดกลับทำให้ง่วงนอน

ดร.Teitelbaum แนะนำ ชาคาโมไมล์ (Chamomile tea) เขาบอกว่า ชาสมุนไพรชนิดนี้ช่วยให้นอนหลับชัวร์ ชาอีกชนิดที่แนะนำคือ ชาเขียว Green tea เพราะมันมี Theanine สารที่มีฤทธิ์กับประสาทส่วนกลาง ช่วยให้หลับ

3: ซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น

เชื่อว่าใครๆ ก็รู้จักซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น หรือ มิโซะซุป (Miso soup) ที่มักถูกเสิร์ฟมากับอาหารชุดญี่ปุ่นยอดฮิต นักโภชนาการ Stella Metsovas แนะให้ซื้อเจ้ามิโซะซุปแบบเป็นซองสำเร็จรูปเก็บไว้ประจำครัว เพราะมันจะเป็นตัวช่วยคุณยามคับขันนอนยังไงก็ไม่หลับได้ดีทีเดียว

ภายในซุปเต้าเจี้ยวประกอบด้วย กรดอะมิโน (Amino acids) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนธรรมชาติ เมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนธรรมชาติชนิดหนึ่งที่ถูกสร้าง โดย Pineal gland ภายในสมอง การหลั่งของฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกกระตุ้นโดยความมืดและถูกยับยั้งโดยแสง เมื่อการหลั่งของเมลาโทนินเพิ่มขึ้นคนเราจะมีความรู้สึกตื่นตัวลดลงหรือเฉื่อยชาลงนั่นเอง รวมถึงอุณหภูมิของร่างกายก็เริ่มลดต่ำลง ทำให้เหมาะสำหรับการนอนมากขึ้น และระดับเมลาโทนินจะลดลง อย่างรวดเร็วในช่วงเช้ามืดของวันใหม่ ส่วนระดับของเมลาโทนินในระหว่างวันนั้นต่ำมากจนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถตรวจวัดได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือฮอร์โมนเมลาโทนินออกมาเมื่อไรก็ง่วงเมื่อนั้น

นอกจากนี้ ผลจากงานการวิจัยยังระบุว่า เครื่องดื่มอุ่นๆ อย่าง ซุป ชา ยังช่วยบรรเทาอาการหวัด ช่วยคนที่รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวทำท่าจะเป็นไข้ ให้สามารถนอนหลับได้ดีขึ้น

4: กล้วย

Dr. Saundra Dalton-Smith นักเขียนเจ้าของผลงาน Set Free to Live Free: Breaking Through the 7 Lies Women Tell Themselves แนะนำให้กินกล้วยก่อนนอน เพราะผลไม้ชนิดนี้อุดมไปด้วยแมกนีเซียม และ โปตัสเซียม

สรรพคุณไม่ใช่แค่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แต่ยังมี ทริปโตเฟน (Tryptophan) หนึ่งใน 20 กรดอะมิโนจำเป็นสำหรับมนุษย์ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น เซโรโทนิน (Serotonin) และ เมลาโทนิน (Melatonin) นั่นเอง ทั้งสองเป็นฮอร์โมนที่ไขไปสู่ความนิ่งสงบให้กับสมอง

5: นม

Dr.Dalton-Smith บอกว่า ในโยเกิร์ต นม และชีส ไม่เพียงประกอบด้วย ทริปโตเฟน แต่ยังมีแคลเซียม (Calcium) ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดความเคร่งเครียด

ดังนั้นหากเรากินโยเกิร์ต นม หรือชีส ก่อนนอน นอกจากไม่ต้องกลัวนอนไม่หลับแล้ว ยังไม่ต้องอยู่ในภาวะวิตกจริตกับความเครียดความกังวลจนกระทั่งนอนไม่หลับ

6: ข้าวโอ๊ต

แม้ปกติกินข้าวโอ๊ตกันตอนเช้า แต่ด้วยคุณสมบัติของข้าวโอ๊ตอุ่นๆ อันเต็มไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยให้หลับ นักโภชนาการ Stephan Dorlandt จึงแนะนำให้กินข้าวโอ๊ตก่อนนอน

แต่สำหรับคนที่ชอบรสหวาน ต้องลดความหวานลง หรือใช้น้ำตาลเทียมแทน เพราะความหวานจะให้ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เกิดภาวะแอนตี้ความสงบ ตาสว่าง นอนไม่หลับ

7: ไข่ต้ม

บางครั้งอาการนอนไม่หลับ อาจเกิดจากการไม่ได้กินโปรตีนอย่างเพียงพอ Dr. Teitelbaum แนะนำให้ กินไข่ ชีส หรือ ถั่ว แล้วจะทำให้ง่วง อยากงีบหลังย่อย 2 ชั่วโมงแน่นอน

8: ถั่วแระ

Dr. Dalton-Smith แนะนำเมนูอีกอย่างสำหรับคนที่นอนไม่ค่อยหลับ คือ ถั่วแระ ยิ่งใครที่อยู่ในภาวะวัยทอง กระสับกระส่ายนอนไม่หลับ โดยให้เหตุผลว่า ในถั่วแระมี เอสโตรเจน (Estrogen : ฮอร์โมนเพศหญิง) ธรรมชาติ เหมือนถั่วเหลือง สามารถช่วยลดอาการวูบวาบ อันเป็นฝันร้ายรบกวนคนวัยทองระหว่างนอนได้

9: เชอร์รี่

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย เผยข้อมูลจากงานวิจัยว่า เชอร์รี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ออกรสเปรี้ยวช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเมลาโทนิน รักษาอาการนอนไม่หลับ โดยจะกินเป็นน้ำเชอร์รี่ หรือ ผลเชอร์รี่สดๆ หรือเชอร์รี่อบแห้ง ก็ให้ผลเหมือนกัน

10: ซีเรียล

คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) ที่มีอยู่ใน ซีเรียล (Cereal) จะช่วยเพิ่ม ทริปโตเฟน ในกระแสเลือดทำให้นอนหลับ

Dr..Dalton-Smith แนะนำให้กิน ซีเรียล สัก 1 ชามก่อนนอน แต่ต้องเป็นแบบน้ำตาลน้อย และเป็นธัญพืชชนิดที่ไม่ขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุด อาจราดด้วยนมสักหน่อย เพื่อเพิ่มโปรตีน โรยเชอร์รี่อบแห้งไปด้วย รับรองชามนี้อร่อยเหาะ และเต็มไปด้วยสารอาหารที่จะผลิตฮอร์โมนกล่อมให้คุณนอนหลับฝันดี

 

ที่มา… MGR Online

 

 

กินครบ 5 รส ได้ประโยชน์ครบถ้วน

Category: อาหารกับสุขภาพ


ลิ้นของเรามีตุ่มรับรสอยู่ 5 รส ด้วยกันคือ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ขม รสทั้ง 5 รสนี้หากมาผสมรวมกันอย่างพอเหมาะก็จะทำให้เกิดเป็นรสอร่อยขึ้นมาได้ อีกทั้งรสชาติแต่ละรสนี้ก็ยังมีคุณประโยชน์ต่อส่วนต่างๆของร่างกายต่างกันไปด้วย

อาหารรสหวาน เช่น ความหวานจากน้ำผึ้งและผลไม้ต่างๆ นั้นมีประโยชน์ต่อระบบย่อยและการทำงานของม้าม ช่วยเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต แต่ถ้ากินหวานมากเกินไปก็ทำให้อ้วนและเสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้

อาหารรสเค็ม เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม จะช่วยทำให้เนื้อเยื่อในร่างกายกักเก็บน้ำไว้ได้ดีขึ้นและทำให้ลำไส้ดูดซึมดี แต่ถ้ากินเค็มมากเกินไปก็จะทำให้เสี่ยงต่อโรคไตได้

อาหารรสเปรี้ยว จากผลไม้ชนิดต่างๆ มีประโยชน์ต่อตับและถุงน้ำดี ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น แต่ถ้าหากกินเปรี้ยวมากไปอาจจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารได้

อาหารรสขม จากพืชผักต่างๆ มีประโยชน์ต่อหัวใจ ช่วยในการทำงานของระบบการย่อยอาหาร ช่วยให้ดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น รวมไปถึงมีผลดีต่อระบบขับถ่ายของเสีย

อาหารรสเผ็ด ไม่ว่าจะเป็น พริก ขิง กระเทียม หรือหอมชนิดต่างๆ ก็จะช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตคล่องตัวขึ้น แต่การกินอาหารที่มีรสเผ็ดจัดเกินไปอาจมีผลให้เป็นโรคกระเพาะอาหารได้

 

ที่มา…MGR Online

 

 

การกินอาหาร ลดอาการกรดไหลย้อน

Category: อาหารกับสุขภาพ

กรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน เกิดจากการที่มีของเหลวหรือกรดด่าง น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดอาการระคายเคือง รู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณหน้าอกหรือลิ้นปี่ หรือรู้สึกจุกแน่นอยู่ในหน้าอก คล้ายอาหารไม่ย่อย และอาจทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง หรือเป็นโรคปอดอักเสบ เป็นอีกโรคหนึ่งที่สร้างความรำคาญและความทรมานให้กับผู้ที่เป็นไม่น้อย

สาเหตุของโรคโรคกรดไหลย้อนมีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหาร เช่น กินอาหารที่มีความเป็นกรดอย่างเดียวต่อเนื่องตลอด เช่น กาแฟ การกินอาหารผิดเวลา การกินอาหารตอนกลางคืนแล้วนอนทันที การกินอาหารรสจัดก็มีผลทำให้เกิดกรดไหลย้อย อาหารรสจัด ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม อาหารมัน อาหารทอด ช็อกโกแลต หอม กระเทียม มะเขือเทศ และผลไม้รสเปรี้ยว สำหรับสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้มีความดันในช่องท้องมากขึ้นจึงเกิดกรดไหลย้อนได้มากขึ้น การใส่เสื้อผ้าที่รัดจนเกินไป ทำให้ความดันในช่องท้องมากขึ้น ความเครียดและการสูบบุหรี่ก็จะทำให้เกิดการหลั่งกรดมากเช่นกัน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารจึงเป็นวิธีหลีกเลี่ยงและลดอาการกรดไหลย้อนลงได้ ผู้ที่มีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนัก ควรงดอาหารมันๆ อาหารทอด อาหารที่ปรุงด้วยหอมหัวใหญ่ดิบ กระเทียม มะเขือเทศ ช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม เนย ไข่ สะระแหน่ รวมทั้งอาหารที่มีรสเผ็ด เปรี้ยว และเค็มจัด เพราะมีแก๊สมาก รวมทั้งไม่ควรเติมน้ำส้มสายชูลงในอาหาร เพราะยิ่งจะเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร ควรเปลี่ยนมาทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ อย่างปลา ไก่ และอาหารที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ ไม่ควรดื่มนมตอนท้องว่าง เพราะนมเป็นอาหารที่ค่อนข้างย่อยยาก กระเพาะจึงต้องหลั่งกรดออกมามากเป็นพิเศษ กินแล้วไม่นอนทันที ควรกินอาหารมื้อสุดท้ายก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ควรกินอาหารปริมาณพอดีในแต่ละมื้อ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภท กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ ก็จะช่วยลดอาการแสบร้อนจากโรคกรดไหลย้อนได้

แอลกอฮอล์ทำลายตับทำลายชีวิต

Category: อาหารกับสุขภาพ

alcohol

มนุษย์รู้จักเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเหล้ามานานกว่า 4,000 ปี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อได้ดื่มในปริมาณน้อยจะทำให้อารมณ์ดี แต่เมื่อได้รับในปริมาณที่มากขึ้นจะมีผลให้อารมณ์แปรปรวนเปลี่ยนไปจนถึงอาละวาดและหมดสติหากได้รับในปริมาณมาก ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าการดื่มสุราสามารถทำให้เกิดโรคตับแข็งได้

ตับเป็นอวัยวะที่ได้รับพิษจากเหล้ามากที่สุด เซลล์ตับที่ถูกทำลายจะมีไขมันเข้าไปแทนที่ทำให้เกิดการคั่งของไขมันในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุแรกๆ ของอาการตับอักเสบ ส่งผลให้เซลล์ตับถูกทำลายเพิ่มมากขึ้น เมื่อเซลล์ตับตายลงถึงระดับหนึ่งจะมีการสร้างพังผืดขึ้นที่บริเวณนั้นในลักษณะคล้ายแผลเป็น ทำให้เนื้อตับที่เคยอ่อนนุ่ม แข็งตัวขึ้น เกิดอาการที่เรียกว่า “ตับแข็ง” ในที่สุดตับซึ่งเป็นเสมือนโรงงานสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย สร้างสารเคมีที่จำเป็น เช่น น้ำดี วิตามิน และสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว ทั้งยังช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย การสูญเสียเซลล์ตับทุกเซลล์เป็นการสูญเสียที่ถาวรและไม่มีการสร้างขึ้นทดแทนใหม่ได้ ความรุนแรงของโรคตับแข็งจึงขึ้นอยู่กับปริมาณของเนื้อตับที่สูญเสียไป ยิ่งเนื้อตับถูกทำลายมากเท่าไร โอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

อาหารต้านหวัด

Category: อาหารกับสุขภาพ

จาม_เป็นหวัด

โรคหวัด เมื่อเป็นแล้วย่อมสร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วยไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอาจทำให้มีโอกาสเป็นหวัดกันมากขึ้น อย่ารอให้วัวหายแล้วล้อมคอก มาป้องกันหวัดกันตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

  • อาหารรสเผ็ดร้อนจากพริกและเครื่องเทศ เช่น พริก หอม กระเทียม พริกไทย ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ กระชาย ใบกะเพรา แมงลัก ช่วยลดอาการคัดจมูก ช่วยให้หายใจโล่งขึ้น
  • การดื่มน้ำมากๆ แทนการดื่มกาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรืออาจดื่มน้ำผลไม้คั้นสดเพื่อเสริมวิตามินซีก็ช่วยป้องกันหวัดได้ดี เครื่องดื่มร้อนๆ ที่ช่วยลดอาการหวัดได้ เช่น น้ำขิง เก๊กฮวย มะตูม ตะไคร้ ชา น้ำมะนาวอุ่นๆ จะช่วยให้ทางเดินหายใจและทางเดินอาหารชุ่มชื้น ทำให้เสมหะถูกขับออกง่าย และช่วยยับยั้งการเติบโตของไวรัสด้วย
  • ซุปไก่ร้อนๆ ช่วยลดอาการคัดจมูก อาจเติมผักหลายๆ สี เพื่อเพิ่มสารแอนติออกซิแดนต์ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี ซุปไก่ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นเคี่ยวนานๆ จนโปรตีนย่อยสลายเป็นไดเปปไทด์ จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและยังให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย
  • สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีน (วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น

ลดสารก่อมะเร็งในอาหารปิ้งย่าง

Category: อาหารกับสุขภาพ

อาหารปิ้งย่าง

อาหารปิ้งย่างไม่ว่าจะเป็น หมูปิ้ง ไก่ย่าง เนื้อย่าง นั้นล้วนเป็นอาหารแสนอร่อยและของโปรดของหลายๆ คน ทั้งที่รู้ดีว่าอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียมเหล่านี้มีส่วนที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งในร่างกาย เพราะมีสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า สารโพล่า ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่อยู่ในน้ำมันที่ใช้ซ้ำ

สารโพล่า หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สารก่อมะเร็ง เกิดขึ้นเมื่อนำเนื้อมาปิ้งหรือย่างบนเตาไฟที่รอนจัด เมื่อไขมันจากเนื้อนั้นหยดลงถูกถ่านไฟที่ร้อนจัด ถ่านไฟที่มีอุณหภูมิสูงก็จะเกิดเป็นควันซึ่งมีสารก่อมะเร็ง และควันที่เกิดขึ้นนั้นก็จะพาสารก่อมะเร็งลอยกลับมาที่เนื้อชิ้นนั้นอีก หากรับประทานเข้าไปสะสมในร่างกายเรื่อยๆ ก็อาจกลายเป็นมะเร็งได้ในที่สุด วิธีปิ้งหรือย่างที่อาจช่วยลดสารก่อมะเร็งได้นั้นคือการปิ้งหรือย่างอาหารด้วยไฟอ่อนๆ หรือลดเวลาในการปิ้งหรือย่างด้วยการทำให้เนื้อสุกด้วยการอบก่อนแล้วจึงค่อยนำมาปิ้งหรือย่าง หรือหาวิธีปิ้งย่างไม่ให้เนื้อไหม้โดยตรงและป้องกันไม่ให้ไขมันหยดลงไปโดนถ่าน ก็จะช่วยลดสารก่อมะเร็งได้

เคี้ยวช้าๆ พาสุขภาพดี

Category: อาหารกับสุขภาพ

การเคี้ยวอาหาร

การเคี้ยวนั้นมีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะจากผลการศึกษาทางการแพทย์ยืนยันว่า การเคี้ยวให้ละเอียดนั้นเป็นการช่วยให้ระบบย่อยทำงานน้อยลง เพราะฟันช่วยผ่อนแรงกระเพาะอาหารไปแล้ว และยังช่วยให้มีสุขภาพดี อายุยืนยาว นอกจากนั้นการเคี้ยวยังมีผลต่อการทำงานของสมอง เพราะการเคี้ยวนั้นจะช่วยกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายและต่อมใต้หูให้หลั่งฮอร์โมนออกมา และการที่ฟันบนและฟันล่างได้กระทบกันนั้นก็จะเป็นการออกกำลังกายสมองไปด้วย

มีคำแนะนำว่า เคี้ยว 30 ที จะช่วยให้เหงือกแข็งแรง เคี้ยว 50 ที จะช่วยลดความวิตกกังวลของอารมณ์และช่วยลดความอ้วน เคี้ยว 60 ที จะดีต่อการกินอาหารที่มีกากไยมาก ลดอาการท้องผูก เคี้ยว 80 ที จะช่วยให้ประสาทสัมผัสไวขึ้น ความจำดีขึ้น และถ้าหากเคี้ยว 100 ที จะทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารได้มาก ลดการอยากอาหารประเภทเนื้อ แต่ถ้าหากเคี้ยวมากขึ้นไปอีกคือเคี้ยว 150 ที ระบบการทำงานของกระเพาะและลำไส้จะดีขึ้น และสำหรับคนเป็นโรคกระเพาะเรื้อรังให้เคี้ยว 200 ที ก็จะทำให้โรคกระเพาะนั้นหายได้รวดเร็วขึ้น