rss

Google plus

mail

Facebook

การกินอาหาร ลดอาการกรดไหลย้อน

Category: อาหารกับสุขภาพ

กรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน เกิดจากการที่มีของเหลวหรือกรดด่าง น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดอาการระคายเคือง รู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณหน้าอกหรือลิ้นปี่ หรือรู้สึกจุกแน่นอยู่ในหน้าอก คล้ายอาหารไม่ย่อย และอาจทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง หรือเป็นโรคปอดอักเสบ เป็นอีกโรคหนึ่งที่สร้างความรำคาญและความทรมานให้กับผู้ที่เป็นไม่น้อย

สาเหตุของโรคโรคกรดไหลย้อนมีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหาร เช่น กินอาหารที่มีความเป็นกรดอย่างเดียวต่อเนื่องตลอด เช่น กาแฟ การกินอาหารผิดเวลา การกินอาหารตอนกลางคืนแล้วนอนทันที การกินอาหารรสจัดก็มีผลทำให้เกิดกรดไหลย้อย อาหารรสจัด ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม อาหารมัน อาหารทอด ช็อกโกแลต หอม กระเทียม มะเขือเทศ และผลไม้รสเปรี้ยว สำหรับสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้มีความดันในช่องท้องมากขึ้นจึงเกิดกรดไหลย้อนได้มากขึ้น การใส่เสื้อผ้าที่รัดจนเกินไป ทำให้ความดันในช่องท้องมากขึ้น ความเครียดและการสูบบุหรี่ก็จะทำให้เกิดการหลั่งกรดมากเช่นกัน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารจึงเป็นวิธีหลีกเลี่ยงและลดอาการกรดไหลย้อนลงได้ ผู้ที่มีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนัก ควรงดอาหารมันๆ อาหารทอด อาหารที่ปรุงด้วยหอมหัวใหญ่ดิบ กระเทียม มะเขือเทศ ช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม เนย ไข่ สะระแหน่ รวมทั้งอาหารที่มีรสเผ็ด เปรี้ยว และเค็มจัด เพราะมีแก๊สมาก รวมทั้งไม่ควรเติมน้ำส้มสายชูลงในอาหาร เพราะยิ่งจะเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร ควรเปลี่ยนมาทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ อย่างปลา ไก่ และอาหารที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ ไม่ควรดื่มนมตอนท้องว่าง เพราะนมเป็นอาหารที่ค่อนข้างย่อยยาก กระเพาะจึงต้องหลั่งกรดออกมามากเป็นพิเศษ กินแล้วไม่นอนทันที ควรกินอาหารมื้อสุดท้ายก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ควรกินอาหารปริมาณพอดีในแต่ละมื้อ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภท กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ ก็จะช่วยลดอาการแสบร้อนจากโรคกรดไหลย้อนได้

แอลกอฮอล์ทำลายตับทำลายชีวิต

Category: อาหารกับสุขภาพ

alcohol

มนุษย์รู้จักเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเหล้ามานานกว่า 4,000 ปี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อได้ดื่มในปริมาณน้อยจะทำให้อารมณ์ดี แต่เมื่อได้รับในปริมาณที่มากขึ้นจะมีผลให้อารมณ์แปรปรวนเปลี่ยนไปจนถึงอาละวาดและหมดสติหากได้รับในปริมาณมาก ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าการดื่มสุราสามารถทำให้เกิดโรคตับแข็งได้

ตับเป็นอวัยวะที่ได้รับพิษจากเหล้ามากที่สุด เซลล์ตับที่ถูกทำลายจะมีไขมันเข้าไปแทนที่ทำให้เกิดการคั่งของไขมันในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุแรกๆ ของอาการตับอักเสบ ส่งผลให้เซลล์ตับถูกทำลายเพิ่มมากขึ้น เมื่อเซลล์ตับตายลงถึงระดับหนึ่งจะมีการสร้างพังผืดขึ้นที่บริเวณนั้นในลักษณะคล้ายแผลเป็น ทำให้เนื้อตับที่เคยอ่อนนุ่ม แข็งตัวขึ้น เกิดอาการที่เรียกว่า “ตับแข็ง” ในที่สุดตับซึ่งเป็นเสมือนโรงงานสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย สร้างสารเคมีที่จำเป็น เช่น น้ำดี วิตามิน และสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว ทั้งยังช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย การสูญเสียเซลล์ตับทุกเซลล์เป็นการสูญเสียที่ถาวรและไม่มีการสร้างขึ้นทดแทนใหม่ได้ ความรุนแรงของโรคตับแข็งจึงขึ้นอยู่กับปริมาณของเนื้อตับที่สูญเสียไป ยิ่งเนื้อตับถูกทำลายมากเท่าไร โอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

อาหารต้านหวัด

Category: อาหารกับสุขภาพ

จาม_เป็นหวัด

โรคหวัด เมื่อเป็นแล้วย่อมสร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วยไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอาจทำให้มีโอกาสเป็นหวัดกันมากขึ้น อย่ารอให้วัวหายแล้วล้อมคอก มาป้องกันหวัดกันตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

  • อาหารรสเผ็ดร้อนจากพริกและเครื่องเทศ เช่น พริก หอม กระเทียม พริกไทย ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ กระชาย ใบกะเพรา แมงลัก ช่วยลดอาการคัดจมูก ช่วยให้หายใจโล่งขึ้น
  • การดื่มน้ำมากๆ แทนการดื่มกาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรืออาจดื่มน้ำผลไม้คั้นสดเพื่อเสริมวิตามินซีก็ช่วยป้องกันหวัดได้ดี เครื่องดื่มร้อนๆ ที่ช่วยลดอาการหวัดได้ เช่น น้ำขิง เก๊กฮวย มะตูม ตะไคร้ ชา น้ำมะนาวอุ่นๆ จะช่วยให้ทางเดินหายใจและทางเดินอาหารชุ่มชื้น ทำให้เสมหะถูกขับออกง่าย และช่วยยับยั้งการเติบโตของไวรัสด้วย
  • ซุปไก่ร้อนๆ ช่วยลดอาการคัดจมูก อาจเติมผักหลายๆ สี เพื่อเพิ่มสารแอนติออกซิแดนต์ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี ซุปไก่ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นเคี่ยวนานๆ จนโปรตีนย่อยสลายเป็นไดเปปไทด์ จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและยังให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย
  • สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีน (วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น

ลดสารก่อมะเร็งในอาหารปิ้งย่าง

Category: อาหารกับสุขภาพ

อาหารปิ้งย่าง

อาหารปิ้งย่างไม่ว่าจะเป็น หมูปิ้ง ไก่ย่าง เนื้อย่าง นั้นล้วนเป็นอาหารแสนอร่อยและของโปรดของหลายๆ คน ทั้งที่รู้ดีว่าอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียมเหล่านี้มีส่วนที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งในร่างกาย เพราะมีสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า สารโพล่า ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่อยู่ในน้ำมันที่ใช้ซ้ำ

สารโพล่า หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สารก่อมะเร็ง เกิดขึ้นเมื่อนำเนื้อมาปิ้งหรือย่างบนเตาไฟที่รอนจัด เมื่อไขมันจากเนื้อนั้นหยดลงถูกถ่านไฟที่ร้อนจัด ถ่านไฟที่มีอุณหภูมิสูงก็จะเกิดเป็นควันซึ่งมีสารก่อมะเร็ง และควันที่เกิดขึ้นนั้นก็จะพาสารก่อมะเร็งลอยกลับมาที่เนื้อชิ้นนั้นอีก หากรับประทานเข้าไปสะสมในร่างกายเรื่อยๆ ก็อาจกลายเป็นมะเร็งได้ในที่สุด วิธีปิ้งหรือย่างที่อาจช่วยลดสารก่อมะเร็งได้นั้นคือการปิ้งหรือย่างอาหารด้วยไฟอ่อนๆ หรือลดเวลาในการปิ้งหรือย่างด้วยการทำให้เนื้อสุกด้วยการอบก่อนแล้วจึงค่อยนำมาปิ้งหรือย่าง หรือหาวิธีปิ้งย่างไม่ให้เนื้อไหม้โดยตรงและป้องกันไม่ให้ไขมันหยดลงไปโดนถ่าน ก็จะช่วยลดสารก่อมะเร็งได้

เคี้ยวช้าๆ พาสุขภาพดี

Category: อาหารกับสุขภาพ

การเคี้ยวอาหาร

การเคี้ยวนั้นมีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะจากผลการศึกษาทางการแพทย์ยืนยันว่า การเคี้ยวให้ละเอียดนั้นเป็นการช่วยให้ระบบย่อยทำงานน้อยลง เพราะฟันช่วยผ่อนแรงกระเพาะอาหารไปแล้ว และยังช่วยให้มีสุขภาพดี อายุยืนยาว นอกจากนั้นการเคี้ยวยังมีผลต่อการทำงานของสมอง เพราะการเคี้ยวนั้นจะช่วยกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายและต่อมใต้หูให้หลั่งฮอร์โมนออกมา และการที่ฟันบนและฟันล่างได้กระทบกันนั้นก็จะเป็นการออกกำลังกายสมองไปด้วย

มีคำแนะนำว่า เคี้ยว 30 ที จะช่วยให้เหงือกแข็งแรง เคี้ยว 50 ที จะช่วยลดความวิตกกังวลของอารมณ์และช่วยลดความอ้วน เคี้ยว 60 ที จะดีต่อการกินอาหารที่มีกากไยมาก ลดอาการท้องผูก เคี้ยว 80 ที จะช่วยให้ประสาทสัมผัสไวขึ้น ความจำดีขึ้น และถ้าหากเคี้ยว 100 ที จะทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารได้มาก ลดการอยากอาหารประเภทเนื้อ แต่ถ้าหากเคี้ยวมากขึ้นไปอีกคือเคี้ยว 150 ที ระบบการทำงานของกระเพาะและลำไส้จะดีขึ้น และสำหรับคนเป็นโรคกระเพาะเรื้อรังให้เคี้ยว 200 ที ก็จะทำให้โรคกระเพาะนั้นหายได้รวดเร็วขึ้น

ผักนึ่งดีกว่าผักต้ม

Category: อาหารกับสุขภาพ

จากการวิจัย พบว่าการต้มผักบางชนิด เช่น บล็อคโคลี่ กะหล่ำดอก และกะหล่ำปม นั้นเป็นการทำลายสารที่มีคุณค่าต่อการต้านโรคมะเร็งได้มากถึง 75% โดยในผักเหล่านี้มีสารสำคัญชนิดหนึ่งคือ สารกลูโคซิโนเลต ซึ่งมีศักยภาพในการต่อต้านมะเร็งที่สำคัญ โดยสารนี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ การต้มผักนานๆ จะทำให้สารตัวนี้หายไป

การรับประทานผักเพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน นอกจากการรับประทานสดๆ แล้ว การนึ่งก็เป็นอีกวิธีที่จะรักษาสารที่มีคุณค่าไว้ได้ โดยการนึ่งไม่ควรนึ่งนานเกิน 20 นาที ก็จะช่วยรักษาคุณค่าของผักในการป้องกันโรคมะเร็งไว้ได้ถึง 80%

นมแพะ..อร่อย..มากคุณค่า

Category: อาหารกับสุขภาพ

ปัจจุบันนมแพะเป็นที่นิยมดื่มกันมากขึ้น เพราะบ้างก็ว่าอร่อยกว่านมวัว บ้างก็ว่ามีประโยชน์และคุณค่ามากกว่านมวัว

ประโยชน์ที่โดดเด่นของนมแพะก็คือ นมแพะมีขนาดโครงสร้างของกรดไขมันที่มีขนาดเล็ก จึงถูกย่อยด้วยน้ำย่อยได้ง่ายกว่านมวัวถึง 6 เท่า ร่างกายจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วและเต็มที่ อีกทั้งในนมแพะยังมีคุณค่าทางอาหารเทียบเท่ากับนมแม่มากที่สุด มีแร่ธาตุแคลเซียม วิตามินเอ โปตัสเซียม ทองแดง เซเลเนียม มากกว่าในนมวัวอีกด้วย

นมแพะยังเหมาะกับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร เพราะจะช่วยลดอาการอักเสบอันเกิดจากแผลในกระเพาะอาหารได้ เนื่องมาจากนมแพะมีค่า pH อยู่ระหว่าง 6.4-6.7 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมในการปรับสภาพกระเพาะอาหารให้มีความเป็นกลาง และยังมีแร่ธาตุแคลเซียม และโพแทสเซียมมาก จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกผุกระดูกเปราะ ช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายของเด็กเล็กและเด็กที่กำลังเจริญเติบโตเป็นไปอย่างสมดุล รักษาภูมิแพ้ หืดหอบ และโรคปอด อีกทั้งช่วยชดเชยการสูญเสียธาตุเหล็กจากการมีประจำเดือน รักษาโรคโลหิตจางและบำรุงสตรีมีครรภ์ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ดีคนที่จะดื่มนมแพะก็ต้องเลือกดูให้ดี เพราะหากนมแพะนั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐานก็จะทำให้มีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นพิษเข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งเชื้อโรคนั้นก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย และหากอาการรุนแรงก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย

สมุนไพรช่วยย่อยอาหาร

Category: อาหารกับสุขภาพ

สมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณเป็นยาช่วยย่อยอาหาร ช่วยแก้อาการท้องอืดได้ เช่น

ใบกะเพรา ตัวยาในใบกะเพราจะกระตุ้นร่างกายให้ขับน้ำดีออกมาช่วยย่อยอาหาร ทำให้ลดอาการท้องอืดไปได้

พริกสด จะกระตุ้นร่างกายให้หลั่งน้ำลายออกมา ทำให้มีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารได้มากขึ้นโดยเฉพาะอาหารพวกแป้ง นอกจากนี้ความเผ็ดร้อนของพริกจะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานดี และช่วยขับลมซึ่งเป็นตัวการทำให้ท้องอืด

กระเทียม มีสรรพคุณทั้งช่วยย่อย เพิ่มน้ำย่อยให้มากขึ้น และแก้อาการปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อยด้วย

หอมแดง มีสารอาหารช่วยย่อยอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ฟลาโวนอยด์ โคไซด์ เพคติน และกลูโคคินิน สารบำรุงลำไส้และช่วยย่อย ทำให้เจริญอาหาร

ข่า มีตัวยาที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี ซึ่งมีหน้าที่ย่อยอาหารที่เรากินเข้าไป

ตะไคร้ มีสารที่จะกระตุ้นน้ำดีให้ออกมาย่อยอาหาร ทำให้ไม่เหลืออาหารไว้ให้แน่นท้อง

ใบแมงลัก มีน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร แถมยังช่วยให้อารมณ์ดี จิตใจผ่อนคลายอีกด้วย