rss

Google plus

mail

Facebook

ขนมลูกชุบ

Category: อาหารหวาน, เมนูปาป๊า

ขนมลูกชุบ

ส่วนผสม

  • ถั่วเขียวเลาะเปลือก 500 กรัม
  • หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 300 กรัม
  • ผงวุ้น 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง

อุปกรณ์

  • แม่สีผสมอาหาร สีแดง สีเหลืองและสีน้ำเงิน
  • จานสีและพู่กัน
  • ไม้เสียบลูกชิ้น หรือไม้จิ้มฟัน สำหรับเสียบถั่วที่ปั้นแล้วเพื่อแต่งสีและจิ้มลงในน้ำวุ้น
  • โฟมสำหรับเสียบถั่วที่ปั้นแล้ว ถ้าวางบนพื้นจะทำให้เสียรูปทรง
  • กระทะทองเหลืองหรือกระทะเคลือบเทฟลอน
  • ไม้พาย

วิธีทำ

  1. นำถั่วเขียวเลาะเปลือกมาทำความสะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นนำมานึ่งให้สุก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
  2. เมื่อถั่วเขียวสุกดีแล้ว ให้นำไปใส่ในเครื่องปั่นไฟฟ้า พร้อมกับน้ำตาลทรายและน้ำกะทิ ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดละเอียดและเข้ากันดี
  3. นำส่วนผสมถั่วเขียวเทในลงกระทะทองเหลือง แล้วตั้งไฟอ่อนๆ ค่อยๆ กวนจนข้นและเหนียว สามารถปั้นเป็นก้อนได้ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ปิดไฟ ยกขึ้น ทิ้งไว้ให้เย็น
  4. ก่อนปั้นให้นวดส่วนผสมทั้งหมดอีกครั้งจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงปั้นให้เป็นรูปทรงตามชอบ เมื่อปั้นเสร็จให้เสียบไม้จิ้มฟันรอไว้ ควรปั้นส่วนผสมทั้งหมดให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ถั่วที่ปั้นเสร็จแล้วควรคลุมไว้ด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำหมาดๆ
  5. ผสมสีผสมอาหารตามต้องการ แล้วใช้พู่กันแต่งสีลงบนถั่วที่ปั้นให้เหมือนจริง หรือตามความชอบ
  6. เตรียมน้ำวุ้นโดยผสมน้ำเปล่า ผงวุ้นและน้ำตาล ลงในหม้อ นำมาตั้งบนไฟร้อนปานกลาง หมั่นคนอย่างสม่ำเสมอ จนส่วนผสมเดือด ช้อนฟองที่ลอยหน้าออก จึงหรี่ไฟ
  7. นำถั่วปั้นที่แต่งสีแล้วไปชุบในน้ำวุ้น ควรชุบประมาณ 2-3 ครั้ง ระหว่างชุบวุ้นต้องอุ่นน้ำวุ้นด้วยไฟอ่อนเพื่อไม่ให้วุ้นแข็ง ถ้าไม่พอก็ผสมน้ำวุ้นเพิ่มตามอัตราส่วนข้างต้น
  8. นำลูกชุบออกจากไม้จิ้มฟัน ตัดแต่งเศษวุ้นส่วนเกินออกด้วยกรรไกร จัดใส่จานเสิร์ฟ

ขนมเทียนสลัดงา

Category: อาหารหวาน, เมนูปาป๊า

ขนมเทียนสลัดงา
ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเหนียว 5 ถ้วย
  • น้ำดอกมะลิ 2½ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1½ ถ้วย
  • มะพร้าวขูด 2 ถ้วย
  • งาขาวคั่วให้เหลืองนวล 1½ ถ้วย
  • ใบตองตานี

วิธีทำ

  1. ใบตองตานีเช็ดให้สะอาดทั้งสองด้าน เจียนให้กลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-5 นิ้ว ลนไฟพออ่อนตัว พับสี่ เตรียมไว้เท่าจำนวนไส้
  2. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำดอกมะลิ ½ ถ้วย ใส่กระทะทองตั้งไฟ พอน้ำตาลละลาย กรองด้วยผ้าขาวบางลงกระทะทอง ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวพอน้ำตาลเหนียว ใส่มะพร้าว กวนจนเหนียว ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น แล้วปั้นเป็นก้อนกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ½ นิ้ว ใสภาชนะที่มีฝาปิดสนิท อบด้วยควันเทียนไว้ค้างคืน
  3. นวดแป้งกับน้ำดอกมะลิ 2 ถ้วย จนเข้ากันดี นำไปนึ่งไฟแรงจนแป้งสุก ทิ้งไว้ให้เย็น
  4. หยิบแป้งที่นึ่งสุกแล้วปั้นเป็นก้อนกลมขนาดพอคำ แผ่แป้งให้แบน ใส่ไส้ลงไปแล้วหุ้มให้มิด คลุกลงในงาขาวคั่ว ห่อด้วยใบตองที่เตรียมไว้เป็นรูปสี่เหลี่ยมปิรามิด

เทศกาลไหว้พระจันทร์..กับ..ขนมไหว้พระจันทร์

Category: ตำนานจานเด็ด

เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลที่ชาวจีนให้ความสำคัญเป็นอันดับสองรองจากเทศกาลตรุษจีน หลายๆ ประเทศที่มีชาวจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จะฉลองเทศกาลนี้กันอย่างสนุกสนาน มีทั้งการเชิดสิงโตตามท้องถนนเพื่อความเป็นสิริมงคล และการไหว้พระจันทร์ในยามค่ำคืนวันเพ็ญเดือน 8 ซึ่งจะต้องมีของไหว้คือ ขนมไหว้พระจันทร์ กับการประดับประดาโต๊ะบูชาอย่างสวยงาม สมาชิกของครอบครัวจะมาอยู่พร้อมหน้ากันเพื่อกินขนมพร้อมจิบชาภายใต้แสงจันทร์ เด็กๆ ก็จะถือโคมไฟกระดาษที่ทำเป็นรูปต่างๆ เดินไปตามถนน เป็นบรรยากาศที่สนุกสนาน

สำหรับตำนานของต้นกำเนิดเทศกาลไหว้พระจันทร์มีหลายตำนานด้วยกัน ตำนานหนึ่งว่า จักรพรรดิวูแห่งราชวงศ์ฮั่นเป็นผู้ริเริ่มการฉลองนี้เพื่อกราบไหว้ดวงจันทร์เป็นเวลา 3 วัน ในฤดูใบไม้ร่วง อีกตำนานบอกว่าเกิดขึ้นในช่วงที่มองโกลยึดครองจีน โดยใช้ขนมไหว้พระจันทร์เป็นที่ซุกซ่อนข้อความลับของพวกกบฏที่มีถึงประชาชนทั่วทั้งประเทศให้มาชุมนุมครั้งใหญ่ในเดือน 8 เพื่อช่วยกันปราบทหารมองโกล

อีกตำนานหนึ่งก็ว่า มีหญิงงามชื่อว่าฉางอี้ หรือฉางเอ๋อ ภรรยาของขุนนางจีน เกิดไปกินยาวิเศษที่กินเข้าไปแล้วสามารถเหาะขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ได้ แถมยังได้ดื่มน้ำอมฤตจากนางฟ้าบนสวรรค์จนเป็นอมตะ กลายเป็นเทพธิดาอยู่บนดวงจันทร์ เป็นผู้ให้น้ำฝนแก่ชาวไร่ชาวนาเพื่อเพาะปลูก ชาวจีนจึงทำเพื่อบูชานางในคืนวันเพ็ญเดือน 8 เป็นการตอบแทน นั่นก็คือ “ขนมไหว้พระจันทร์” หรือที่คนจีนเรียกขนมเอี้ยปิ่งนั่นเอง

“ขนมไหว้พระจันทร์” เป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งในเทศกาลนี้ มีความหมายถึงความพรั่งพร้อม ความสมบูรณ์ และความสมหวัง ขนมก้อนเล็กๆ นี้มีกำเนิดที่ประเทศจีนเมื่อประมาณ 600 ปีมาแล้ว แต่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่เมืองไทยเป็นครั้งแรก เมื่อประมาณ 70 ปีที่ผ่านมา ขนมไหว้พระจันทร์ดั้งเดิมมีเพียงไส้ลูกบัว ถั่วแดง โหงวยิ้ง แต่ปัจจุบันได้ถูกพัฒนารสชาติให้เข้ากับยุคสมัยและรสปากของคนรุ่น ใหม่มากขึ้น

ขนมครก

Category: อาหารหวาน, เมนูปาป๊า

ส่วนผสมตัวแป้ง

  • ข้าวสารข้าวเจ้า 1 กิโลกรัม
  • มะพร้าวขูด ½ กิโลกรัม
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา
  • มันหมูห่อด้วยผ้าขาว มัดเป็นก้อนสำหรับเช็ดหลุม (อาจใช้น้ำมันพืชแทนได้)

ส่วนผสมกะทิหยอดหน้า

  • หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำข้าวสารมาซาวให้สะอาด ต้มน้ำให้เดือดแล้วนำข้าวสารที่ซาวไว้ลงแช่ ทิ้งไว้จนเย็น อย่าแช่ทิ้งไว้ค้างคืนจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว
  2. เมื่อข้าวเย็นแล้วใส่มะพร้าวขูดลงในข้าว ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปโม่ให้ละเอียด ใส่เกลือป่นลงละลายและผสมให้เข้ากัน
  3. ทำกะทิหยอดหน้าโดยผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือป่นเข้าด้วยกัน เสร็จแล้วพักไว้
  4. นำกระทะหลุมสำหรับทำขนมครกตั้งไฟจนร้อน เช็ดหลุมด้วยผ้าห่อมันหมู แล้วหยอดแป้งลงไปอย่าให้เต็มแล้วปิดฝา ทิ้งไว้จวนสุกจึงเปิดฝาออกแล้วหยอดด้วยหน้ากะทิหยอดหน้าที่เตรียมไว้ ปิดฝาทิ้งไว้จนสุกจึงแคะออก

เล็บมือนาง

Category: อาหารหวาน, เมนูปาป๊า

ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเจ้า 2½ ถ้วย
  • แป้งมัน 1 ถ้วย
  • หัวกะทิ ½ ถ้วย
  • น้ำเดือด ½ ถ้วย
  • มะพร้าวขูด 3 ถ้วย
  • สีผสมอาหาร

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

ส่วนผสมน้ำตาลโรยหน้า

  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  • งาขาวคั่ว 100 กรัม
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ร่อนแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันผสมเข้าด้วยกัน ใส่น้ำกะทิลงนวด หยอดสีผสมอาหารลงเล็กน้อย แล้วเติมน้ำเดือดทีละน้อย นวดพอให้ปั้นขนมเป็นลูกกลมเล็กๆ ได้ คลึงให้เป็นเส้นยาวๆ ปลายแหลมสองข้าง ทำจนหมดแป้ง
  2. นำแป้งที่ปั้นแล้วนึ่งบนลังถึงที่รองด้วยผ้าขาวบาง นึ่งจนขนมสุกประมาณ 10-15 นาที เสร็จแล้วนำมาคลุกกับมะพร้าวขูด
  3. เตรียมน้ำกะทิ โดยผสมหัวกะทิ เกลือ และแป้งมันเข้าด้วยกัน คนให้ละลาย ยกตั้งไฟอ่อนๆ กวนพอเดือด ยกลง
  4. เตรียมน้ำตาลโรยหน้า โดยผสมน้ำตาลทราย งาขาวคั่ว และเกลือป่น เข้าด้วยกัน
  5. เวลารับประทานตักขนมใส่จาน ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ แล้วโรยหน้าด้วยน้ำตาลโรยหน้า

ไข่นกกระทา

Category: อาหารหวาน, เมนูปาป๊า

ส่วนผสม

  • มันเทศนึ่งสุก 1 กิโลกรัม
  • แป้งมัน ½ กิโลกรัม
  • แป้งหมี่ 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปูนใส
  • น้ำมันพืช

วิธีทำ

  1. ผสมแป้งมัน แป้งหมี่ เกลือป่น และน้ำตาลทรายให้เข้ากันดี ใส่มันเทศนึ่งลงขยำคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  2. เทน้ำปูนใสลงผสมกับส่วนผสมให้พอขยำได้สะดวก (อย่าใส่น้ำปูนใสมากขนมจะไม่ฟู) ขยำให้เข้ากันจนได้ที่แต่ไม่ต้องขยำนาน
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟอ่อน พอร้อนปั้นส่วนผสมขนาดเท่าไข่นกกระทาใส่ลงทอดในน้ำมัน คอยกลับอย่าให้ไหม้ เมื่อสุกเหลืองดี ช้อนขึ้นใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำมัน

อาลัว

Category: อาหารหวาน, เมนูปาป๊า

ส่วนผสม

  • แป้งสาลี 1½ ถ้วย
  • แป้งถั่วเขียว ½ ถ้วย
  • แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะพร้าวขูด 400 กรัม
  • น้ำตาลทราย 6 ถ้วย
  • น้ำลอยดอกมะลิ 6½ ถ้วย
  • สีผสมอาหาร

วิธีทำ

  1. นำแป้งสาลี แป้งถั่วเขียว แป้งมัน มาร่อนผสมเข้าด้วยกัน
  2. คั้นกะทิด้วยน้ำลอยดอกมะลิ นำมาละลายกับน้ำตาลทราย แล้วกรองลงกระทะทองเหลือง ใส่แป้งและสีผสมอาหาร ยกขึ้นตั้งไฟ กวนจนแป้งเหนียวใส ลองหยอดลงในน้ำถ้าแป้งคงรูปก็ใช้ได้
  3. นำมาหยอดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ถาด หยอดให้ห่างกันเล็กน้อย นำไปตากแดด 2-3 แดด ให้พอขึ้นเกล็ดสีขาว

สำปันนี

Category: อาหารหวาน, เมนูปาป๊า

ส่วนผสม

  • แป้งมัน 4 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 4 ถ้วย
  • มะพร้าวขูด 500 กรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย
  • สีผสมอาหาร
  • เทียนอบ

วิธีทำ

  1. นำแป้งมันใส่กระทะทองคั่วจนสุก ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาร่อน
  2. คั้นกะทิด้วยน้ำลอยดอกมะลิ ละลายกับน้ำตาลแล้วกรอง ใส่กระทะทองนำมาตั้งไฟเคี่ยวจนเหนียว ยกลงมากวนข้างล่างด้วยพาย คนไปทางเดียวจนเป็นสีขาว
  3. นำแป้งใส่น้ำตาลทีละน้อย ใช้พายตะล่อมให้เข้ากันเป็นก้อนกลม ใส่สีตามต้องการ ยกขึ้นตั้งไฟให้ละลาย พอเดือดยกลงมากวนข้างล่าง กวนพอเป็นก้อน
  4. ตักส่วนผสมอัดใส่พิมพ์ให้แน่น ปาดหน้าให้เรียบ เคาะออกจากพิมพ์ อบด้วยควันเทียน เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท