rss

Google plus

mail

Facebook

เพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย ถั่วแขก

Category: เด็ดยอดผักสมุนไพร

ถั่วแขก” เป็นถั่วกินฝักอีกชนิดหนึ่งที่มีรสชาติอร่อย เคี้ยวกรุบกรอบ จึงมีคนนิยมนำถั่วแขกมาประกอบอาหารกันมาก โดยนิยมนำมาผัดกับเนื้อสัตว์ต่างๆ

ถั่วแขกนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด โดยถั่วแขก 100 กรัม จะให้พลังงาน 27 กิโลแคลอรี และมีโปรตีน 1.9 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.5 กรัม แคลเซียม 78 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 45 มิลลิกรัม เหล็ก 3.8 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.07 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.09 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 32 มิลลิกรัม อีกทั้งในถั่วแขกยังสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีอีกด้วย เพราะในถั่วแขกมีสารสำคัญอย่างสารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ สารทริปซิน และยังมีสารพีเอชเอ ซึ่งช่วยชะลอความแก่ชรา ป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย และจะช่วยเร่งการสร้างสารภูมิคุ้มกันที่เรียกกันว่า อินเตอร์เฟอรอน (Interferon)

ทางการแพทย์จีนยังได้กล่าวถึงสรรพคุณของถั่วแขกไว้ว่า สามารถช่วยส่งเสริมการรักษาโรคมะเร็งได้หลายชนิด สามารถช่วยรักษามะเร็งในเม็ดเลือด ช่วยเสริมการรักษาโรคโลหิตจางชนิดไม่สร้างเม็ดเลือด ช่วยเสริมการรักษาโรคตับอักเสบเรื้อรัง ช่วยเสริมการรักษาโรคไข้เลือดออก และช่วยเสริมการรักษาภาวะเม็ดโลหิตขาวต่ำ

มีข้อแม้อย่างหนึ่งว่า การกินถั่วแขกให้ได้ประโยชน์นั้น ต้องนำเอาไปทำให้สุกเสียก่อน ไม่อย่างนั้นแทนที่จะได้ประโยชน์ ก็จะได้อาหารเมาพิษถั่ว เวียนหัว คลื่นไส้อาเจียนมาแทน

 

ที่มา…MGR Online

 

ผักหวาน ผักพื้นบ้านหวานกรอบ

Category: เด็ดยอดผักสมุนไพร

ผักหวาน” ผักพื้นบ้านของทางภาคเหนือและภาคอีสานที่มีรสชาติอร่อยถูกปากนักกินทั้งหลาย ก่อนหน้านี้ผักหวานเป็นพืชที่รู้จักกันเฉพาะชาวบ้านเท่านั้น แต่ด้วยความอร่อยหวานกรอบของมัน รวมทั้งมีให้กินเฉพาะฤดูกาลในช่วงหน้าร้อนเท่านั้น ก็ทำให้ผักหวานเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าราคาก็ย่อมสูงตามไปด้วย

ผักหวานที่เรากินกันนี้เรียกว่าเป็นผักหวานป่า เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กนิยมนำส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อนมาทำเป็นอาหารกิน โดยอาหารที่นิยมทำกินกันก็คือแกงผักหวานใส่ไข่มดแดง แกงผักหวานปลาย่าง แกงอ่อม นำมาผัดน้ำมันกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือนำมานึ่งจิ้มกินกับน้ำพริกก็อร่อยได้เช่นกัน

ผักหวานจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยมีทั้งโปรตีน วิตามินซี รวมทั้งยังมีเส้นใยมากพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น แต่สำหรับผู้ที่จะเก็บผักหวานมากินก็ต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะจะมีผักชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาคล้ายกับผักหวานป่า หรือเรียกว่า ผักหวานเมา กินแล้วจะทำให้เกิดอาการเมา วิงเวียน อาเจียนได้ วิธีแก้ของชาวบ้านก็คือการใส่ข้าวสารลงไปขณะต้มแกงด้วย ก็จะแก้ฤทธิ์เมาได้

ที่มา…MGR Online

ลดมะเร็งปอดด้วย แครอท

Category: เด็ดยอดผักสมุนไพร

แครอท” ถือเป็นพืชที่มีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้มทั้งหลาย แม้ต้นกำเนิดจะเป็นผักมาจากต่างประเทศ แต่ก็เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ในเมืองไทย และยังนิยมนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่างอีกด้วย

คุณประโยชน์ของแครอทนั้นก็คือ จะมีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งเซลล์ของมะเร็ง ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี โดยจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งในปอดได้ ซึ่งคนที่กินผักที่มีเบต้าแคโรทีนน้อยที่สุด จะเสี่ยงต่อมะเร็งในปอดมากเป็นเจ็ดเท่าของคนที่กินมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วก็ยังช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดี และยังมีแคลเซียมเพคเตทที่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ลดการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว นอกจากนั้นในแครอทยังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงและลดการเสื่อมของตา มีสารต่างๆ ที่เป็นทั้งเกลือแร่และวิตามินอีกมากมาย เช่นธาตุแคลเซียม มีฟอสฟอรัส เหล็ก มีวิตามินเอ บี1 บี2 และวิตามินซี อีกทั้งยังช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนังและเส้นผมให้มีสุขภาพดีอีกด้วย

ในการนำแครอทไปประกอบอาหารนั้นควรจะทำให้สุกก่อน เพราะความร้อนจะช่วยทำลายผนังเซลล์ของแครอท ทำให้ร่างกายนำเบต้าแคโรทีนไปใช้ได้ดี และสำหรับคนที่อยากบำรุงผิวหน้าด้วยแครอทก็สามารถนำแครอทไปนึ่งให้สุกแล้วบดละเอียด นำมาพอกหน้าไว้ 5-10 นาที ก็จะช่วยบำรุงผิวได้ด้วย

ที่มา…MGR Online

ข่า สมุนไพรไทยใช้ดี

Category: เด็ดยอดผักสมุนไพร

ข่า” เป็นพืชที่ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารไทยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นต้มข่าไก่ ต้มยำ หรือใช้เป็นส่วนผสมในน้ำพริกต่างๆ แม้จะไม่ได้ใช้เป็นส่วนประกอบหลัก แต่อาหารหลายๆ อย่างถ้าขาดข่าไปก็จะไม่ได้รสชาติที่อร่อยเหมือนเดิม โดยเราจะใช้เหง้าของข่า หรือส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินของข่ามาประกอบอาหาร เนื้อในเหง้าของข่าจะมีสีขาว รสขมเผ็ดร้อน และมีกลิ่นหอมฉุนที่เป็นเอกลักษณ์ของข่า

สรรพคุณของข่า ซึ่งถือว่าเป็นสมุนไพรไทยอย่างหนึ่งนั้นก็มีหลายอย่าง โดยข่าจะช่วยไล่แก๊สในลำไส้ มีฤทธิ์ขับน้ำดี จึงช่วยย่อยอาหารได้ น้ำมันหอมระเหยในข่าจะช่วยขับลมในท้อง ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร รักษาโรคท้องร่วง โรคบิด โดยจะช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ และแก้อาการจุกเสียดได้ด้วย

คนโบราณใช้ใช้เหง้าสดตำให้ละเอียดผสมกับน้ำปูนใส รับประทานครั้งละครึ่งแก้วช่วยขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเดินและบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน นอกจากนั้นยังมีประโยชน์อื่นๆ เช่น รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน รักษาแผลสด แก้โรคหลอดลมอักเสบ อีกทั้งน้ำมันหอมระเหยจากข่ายังช่วยไล่แมลงได้อีกด้วย

ประโยชน์ขมๆ กับ มะระขี้นก

Category: เด็ดยอดผักสมุนไพร

ขึ้นชื่อว่าของขมๆ แล้วละก็ ไม่ค่อยจะมีใครนิยมในรสชาตินี้สักเท่าไรนัก แต่ประโยคที่ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ก็ยังใช้ได้อยู่เสมอ รวมทั้งกับ “มะระขี้นก” มะระชนิดหนึ่งที่มีลูกเล็กๆ สีเขียวเข้ม พื้นผิวขรุขระ แล้วก็รสชาติขมขื่นนี้ด้วยเช่นกัน

แม้จะมีรสชาติขมสักปานใด แต่มะระขี้นกก็ยังมีสรรพคุณอันโดดเด่น นั่นก็คือผลขมๆ ของมันสามารถต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี หรือเชื้อเอดส์ได้ รวมทั้งยังลดจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อได้ด้วย แถมยังมีฤทธิ์ในการต้านโรคมะเร็งได้ และสามารถลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานได้อีกด้วย นอกจากนั้นมะระขี้นกยังเป็นพืชที่ให้วิตามินเอสูงมาก แถมรสชาติขมๆ นี้ยังช่วยให้เจริญอาหาร และช่วยแก้ไข้แก้อาการร้อนในกระหายน้ำได้อีกด้วย

ถึงจะขมขนาดไหนแต่ก็ยังมีคนนำเอามะระขี้นกมาทำเป็นอาหารอยู่ดี ซึ่งเคล็ดลับสำหรับการนำมะระขี้นกไปประกอบอาหารแบบไม่ให้ขมเกินไปนัก เวลาต้มต้องนำไปต้มในน้ำเดือดจัดๆ แล้วเทน้ำทิ้งก่อนหนึ่งครั้งแล้วจึงต้มต่อ หรือจะใส่เกลือลงไปในน้ำต้มก็จะช่วยลดความขมลงได้บ้าง

กระชาย สมุนไพรรสร้อน

Category: เด็ดยอดผักสมุนไพร

กระชาย” เป็นสมุนไพรไทย ส่วนที่นำมาบริโภคคือรากและเหง้าของกระชาย มีรสเผ็ดร้อน สารสำคัญในกระชายซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยเจริญอาหารและแก้โรคในช่องปาก และเป็นยาอายุวัฒนะ และรากกระชายนี้ก็ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องแกง ขนมจีนน้ำยา และเป็นส่วนประกอบของขนมอีกหลายชนิดเพื่อดับกลิ่นคาวเนื้อและปลา เช่น ผัดเผ็ดปลาดุก แกงเผ็ดเนื้อ แกงป่า หลนปลาร้า ฯลฯ

แต่ที่ฮือฮากันที่สุดก็เห็นจะเป็น “กระชายดำ” สมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องเพิ่มพลังทางเพศ หรือที่เรียกกันว่า “โสมไทย” เพราะมีสรรพคุณที่หลากหลาย ทั้งบำรุงกำลัง เพิ่มฮอร์โมนทำให้สมรรถภาพทางเพศเพิ่มขึ้น แก้ปวดเมื่อย ขับปัสสาวะ ขับลม รักษาโรคความดันโลหิตสูง ขยายหลอดเลือดหัวใจ โรคเกาต์ โรคกระเพาะอาหาร สตรีประจำเดือนมาไม่ปกติ รวมถึงการขับผิวพรรณให้เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล นิยมนำไปผสมเหล้าดื่มเป็นยาดอง หรือจะหั่นเป็นชิ้นๆ ตากแห้งแล้วต้มน้ำร้อนดื่มแทนน้ำหรือน้ำชาก็ได้เช่นกัน

บำรุงร่างกายด้วย เห็ดหูหนูขาว

Category: เด็ดยอดผักสมุนไพร

เห็ดหูหนูขาว เป็นที่รู้จักกันดีในวงการแพทย์แผนโบราณของจีนว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งเห็ดหูหนูขาวนี้หน้าตาไม่ค่อยเหมือนเห็ดหูหนูดำเท่าไรนัก แต่มีลักษณะเหมือนกลีบดอกไม้มีสีขาวใสคล้ายวุ้น อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หรือมีลักษณะรูปร่างคล้ายแมงกะพรุนที่ใส่ในก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ มีรสชาติ หวาน นุ่มและไม่มีพิษอะไรต่อร่างกายเลย

ชาวจีนถือว่าเห็ดหูหนูขาวเป็นยาอายุวัฒนะด้วยเช่นเดียวกัน โดยสารอาหารที่ได้จากเห็ดชนิดนี้ก็มีทั้งโปรตีน เส้นใย คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ฟอสฟอรัส และมีวิตามินบี 1 และ บี 2 นอกจากนั้นก็ยังช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงปอดและไต บำบัดอาการอ่อนเพลีย วัณโรคปอด ร้อนใน คอแห้ง และยังช่วยบรรเทาอาการไอต่างๆ ได้อีกด้วย สำหรับท่านที่มีอาการไข้หลังจากท่านฟื้นไข้แล้ว ถ้ารับประทานเห็ดหูหนูขาวจะช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย

เห็ดหูหนูขาวมีธาตุซีลีเนียมที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าเบตาแคโรทีน ช่วยทำให้ผิวพรรณ สดใส ดูอ่อนเยาว์ เส้นใยในเห็ดหูหนูขาวช่วยป้องกันมะเร็งกระเพาะ มะเร็งลำไส้ และริดสีดวงทวาร เห็ดหูหนูขาวมีแคลเซียม จึงช่วยบำรุงกระดูกและฟันวิตามินบีในเห็ดหูหนูขาว ช่วยบำรุงสมอง เห็ดหูหนูขาวมีแคลอรีต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

ถั่วพู กินอร่อยได้ประโยชน์

Category: เด็ดยอดผักสมุนไพร

ถั่วพู” เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างแปลกไม่เหมือนถั่วชนิดอื่น ลักษณะเป็นพืชไม้เลื้อยล้มลุก ส่วนที่นิยมนำมากินก็คือฝัก มีความยาวประมาณ 5-6 นิ้ว และมี 4 พู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถั่วพู

รสชาติของถั่วพูนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะนำไปประกอบอาหารอะไรก็อร่อยไปหมด ไม่ว่าจะเป็นยำถั่วพู ทอดมัน หรือจะกินสดๆ จิ้มน้ำพริกก็อร่อยได้ และประโยชน์ในการกินนอกจากจะทำให้อิ่มท้องอิ่มใจแล้ว ก็ยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างวิตามิน เอ ซี และ อี และยังเป็นผักที่มีโปรตีนที่ช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันบางชนิดขึ้น รวมทั้งมีแร่ธาตุฟอสฟอรัส ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน รวมทั้งแก้อาการอ่อนเพลียได้ด้วย

นอกจากนั้นการกินถั่วพูก็ยังมีกากใยอาหารมาก ทำให้ระบบขับถ่ายของเราเป็นไปอย่างปกติ ท้องไม่ผูก นอกจากนั้นแล้ว หัวของถั่วพูก็สามารถนำไปตากแห้งแล้วคั่วไฟให้เหลือง นำมาชงเป็นน้ำดื่มชูกำลังสำหรับคนป่วยหรืออ่อนเพลียง่ายได้อีกด้วย

ทั้งอร่อยทั้งมีประโยชน์มากเลยทีเดียว